ความคล่องตัว

เพราะอะไร ความคล่องตัว จึงสำคัญกับองค์กรและงานในอนาคต

ความคล่องตัว

ความคล่องตัว หมายถึง คุณภาพหรือสภาวะของความคล่องแคล่วว่องไว และหากตัวของ Agility นั้นอยู่ในบริบทของการทำงานและการบริหารองค์กรเพื่อความสำเร็จ Agility จะหมายความว่าการมีบุคลากรที่สอดคล้องกับงาน มีทักษะและความเชี่ยวชาญ สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใหม่ๆ รวมทั้งสามารถประสานความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนแนวคิดเรื่อง Agile เริ่มได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัล โดยเดิมทีเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้จากบริษัทที่พัฬนาซอฟต์แวร์ (Software Development) ซึ่งประสบปัญหาในการวางแผนให้ลงตัวและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมาย

โดยส่วนใหญ่จะเป็นกระบวนการที่สิ้นเปืองงบประมาณและใช้เวลามาก ซึ่งหากพบข้อผิดพลาดเพราะเข้าใจความต้องการของลูกค้าผิดหรือมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงก็แก้ไขได้ยาก

ซึ่งอาจต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมดเพื่อจัดการกับปัญหาเหล่านี้ แนวคิด Agile จึงได้เริ่มถูกนำมาใช้ในการวางแผนเพื่อกำหนดเป้าหมายระยะสั้น ค่อยๆ ทำไป หากพบข้อผิดพลาดหรือมีปัญหาก็ดำเนินการแก้ไขเป็นวงจรเช่นนี้ได้เรื่อยๆ นี่จึงเป็นแนวคิดการทำงานที่ต้องอาศัยทีมงาน

ที่มีการรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และต้องมีความยืดหยุ่นต่อการตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ทั้งยังต้องเรียนรู้ความล้มเหลวอีกด้วย

โดยในปัจจุบันเราจะพบเห็นได้ว่า Agility จะถูกหยิบมาใช้กับองค์กรธุรกิจ Startup ที่จำเป็นต้องใช้ความคล่องตัวสูงอยู่บ่อยๆ นักวิชาการด้านการบริหารองค์กรได้ศึกษาเรื่อง Agility กับองค์กรไว้มากมาย และพบว่าองค์กรแบบ Agile เป็นองค์กรที่มีความชัดเจน และมีวินัยสูงในการดำเนินการด้านต่างๆ

ด้วยความรวดเร็ว คล่องตัว ทั้งยังมีการสร้างนวัตกรรม การเรียนรู้และการแบ่งบันกันขึ้นมาภายในองค์กร เพราะฉะนั้นองค์กรที่เป็นแบบ Agile จะสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วภายใต้สถานการณ์ต่างๆ

ในผลการวิจัยศึกษาเรื่อง Organizational Agility at Scale : The key to Driveing Digital Growth ซึ่งใช้กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นถึงผู้บริหารขององค์กรทั่วโลกทั้งหมด 998 องค์กร ในอุตสาหกรรมต่างๆ แล้วจึงพบว่ามีพฤติกรรมบ่งชี้ถึงความคล่องตัวขององค์กรไว้ 5 ประการดังนี้

1.ความสามารถในการวางแผนอย่างต่อเนื่อง (Enable Continuous Plannning)
การวางแผนแบบพลวัตจะช่วยให้องค์กรตอบสนองโอกาสทางการตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีศักภาพในการรับมือกับภัยคุกคามทางธุรกิจ (Threat) นอกจากนี้ยังพบว่าอุปสรรคสำคัญคือเรื่องของเทคโนโลยีที่ไม่ยืดหยุ่นกับความต้องการ และวัฒนธรรมองค์กรแบบราชการ (Bureaucratic Culture) ซึ่งทำให้องค์กรเคลื่อนตัวช้า

2.สร้างโครงสร้างและกระบวนการที่คล่องตัว (Build Agile Structures and Process)
องค์กรคล่องตัวสามารถริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างเร็วขึ้นโดยมีทรัพย์สินคือ “คนและเงิน” โครงสร้างที่ยืดหยุ่นและกระบวนการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจรวมทั้งมีระบบที่ช่วยให้เข้าใจช่องว่างทางธุรกิจได้อีกด้วย

3.พัฒนาทักษะการทำงานสำหรับอนาคต (Upskill the Future Workforce)
หลายองค์กรพบเส้นทางใหม่ในการเชื่อมโยงทักษะเดิมที่มีให้รองรับการแก้ปัญหาใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น ทั้งองค์กร นักธุรกิจจึงต้องมีการพัฒนาทักษะใหม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อสนับสนุนการทำงานในกระแสแห่งยุคดิจิทัล

4.ให้อำนาจแก่พนักงานในการตัดสินใจ (Empower to Make Decision)
ศักยภาพของบุคลากรคือสิ่งที่สำคัญและจำเป็นที่สุดที่จะทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย บุคลากรจึงต้องมีอำนาจในการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล ณ ช่วงเวลานั้น

เพื่อให้เลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับการดำเนินการ ดังนั้น ข้อมูลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจและเพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปเพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

5.ยอมรับการวัดและการควบคุม (Embrace Measurement and Control)
ความเร็วและความคล่องตัวจะขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและความแม่นยำในการวัด การควบคุมเพราะการวัดและผลจากการวิเคราะห์จะช่วยให้การตัดสินใจสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญของความคล่องแคล่วว่องไว
ความคล่องแคล่วว่องไว มีความสำคัญต่อกีฬามากและเป็นปัจจัยด้านสมรรถภาพทางกายที่จะทำให้ ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน เพราะกีฬาแทบทุกประเภทมีการเคลื่อนไหวและมีการเปลี่ยนต าแหน่งของ ร่างกาย ต้องการความรวดเร็วและถูกต้อง บางประเภทต้องอาศัยการเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว เช่น การออกวิ่ง ได้เร็วและเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว

กีฬาบาสเกตบอลจะต้องมีการหลบหลีก เอี้ยวตัว หรือพุ่งเข้ารับ ลูกบาสเกตบอล การเลี้ยงเข้าท าประตู การเลี้ยงลูกบาสเกตบอลผ่านการป้องกันของคู่ต่อสู้การเข้าป้องกันหรือ ตัดบอลจากคู่แข่งขัน ถ้าร่างกายมีความคล่องแคล่วว่องไวและสมรรถภาพทางกายด้านอื่น ๆ ประกอบด้วย จะ ช่วยให้การเล่นกีฬาประสบความสำเร็จได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ฉะนั้น ความคล่องแคล่วว่องไวจึงมีความสำคัญ เหตุ เพราะเป็นพื้นฐานของสมรรถภาพทางกายด้านหนึ่งที่เป็นปัจจัยส าคัญต่อการฝึกกีฬา (วุฒิพงษ์ ปรมัตถากร และ อารี ปรมัตถากร. 2542) และสิ่งที่น่าสนใจในวงการกีฬาปัจจุบันใน 10 ปีที่ผ่านมา มีงานวิจัยหลายฉบับ (Gabbett, et. Al, 2008: Sheppard, 2006; Scanlon, 2013) พบว่า นักกีฬาระดับสูงหรือนักกีฬาอาชีพที่มี

ความคล่องแคล่วว่องไวในระดับสูงและประสบความสำเร็จมากกว่านักกีฬาระดับสมัครเล่น ข้อค้นพบนี้แสดงให้ เห็นว่า การปรับปรุงความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬามีความส าคัญมากหากต้องการที่จะก้าวหน้าและแข่งขัน ในระดับที่สูงขึ้น

ประเภทของความคล่องแคล่วว่องไว
ความคล่องแคล่วว่องไว อาศัยความสามารถขั้นพื้นฐานซึ่งมีปฏิกิริยาที่รวดเร็ว การเคลื่อนไหวที่ รวดเร็ว การร่วมงานกันท างานของกล้ามเนื้อและพลังของกล้ามเนื้อ และแบ่งความคล่องแคล่วว่องไวไว้ 5 ประเภท ดังนี้

1. ความคล่องแคล่วว่องไวทั่วไป (General Agility) หรือเรียกว่า เป็นความคล่องแคล่วว่องไวของทั่ว ทั้งร่างกายอาจมีทิศทางไม่แน่นอนแต่เห็นการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไวชัดเจน เช่น การเคลื่อนไหวบนฟลอร์ ของกีฬายิมนาสติกที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วแม่นย าตามทักษะพื้นฐาน

2. ความคล่องแคล่วว่องไวแบบชั่วขณะ (Temporal Agility) หรือ เรียกว่า ความคล่องแคล่วว่องไวที่ มีทิศทางไม่แน่นอนแต่จะเคลื่อนที่แน่นอนภายใต้แผนการเคลื่อนที่ที่ได้วางแผนไว้ เช่น การตอบสนองอย่าง รวดเร็วของนักกรีฑาที่จุดออกตัวเมื่อมีสิ่งเร้า หรือการยกปืนขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อการยิงเป้าของกีฬา ยิงเป้าบิน เป็นต้น

3. ความคล่องแคล่วว่องไวแบบระยะสั้น (Spatial Agility) หรือ ความคล่องแคล่วว่องไวในการ เคลื่อนที่ที่ไม่แน่นอน แต่ได้มีการวางแผนว่าจะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เช่น การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อเข้ารับ ลูกเสิร์ฟในกีฬาเทนนิส

4. ความคล่องแคล่วว่องไวแบบภาพรวม (Universal Agility) หรือ ความคล่องแคล่วว่องไวในการ เคลื่อนไหวของทั้ง 2 ทีมเพื่อตอบสนองต่อการรุกและป้องกันในการแข่งขัน

5. ความคล่องแคล่วว่องไวแบบเฉพาะ (Specific Agility) ความคล่องแคล่วว่องไวแบบเฉพาะเจาะจง มีความส าคัญในกิจกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนต าแหน่งของร่างกายหรือส่วนหนึ่งส่วนใดได้โดย รวดเร็ว การออกตัวได้เร็ว การหยุดได้เร็ว และการเปลี่ยนทิศทางได้รวดเร็ว ไปยังเป้าหมาย

จากทั้ง 5 ประเภทของความคล่องแคล่วว่องไวจะเห็นได้ว่า ในกิจกรรมและกีฬามักพบความ

คล่องแคล่วว่องไวในแทบทุกชนิดกีฬา จึงมีความส าคัญที่จะต้องศึกษาและพัฒนาให้ตรงกับลักษณะเฉพาะของแต่ ละชนิดกีฬา ทั้งนี้ผู้ฝึกสอน นักพลศึกษาและนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ควรต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ และ องค์ประกอบของความคล่องแคล่วว่องไวอันจะมีส่วนท าให้พัฒนาได้อย่างถูกต้อง ตามรายละเอียดดังนี้

ปัจจัยทั่วไปที่มีผลต่อความคล่องแคล่วว่องไว

1. ระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกซ้อมในการฝึกซ้อมต้องจัดให้เหมาะสมกับผู้ฝึกแต่ละบุคคลจะต้องระวังมิ ให้การฝึกซ้อมยาวนานและหนักหน่วงเกินไปจนอยู่ในภาวะซ้อมเกินจะมีผลทำให้ร่างกายเสื่อมลงและเกิดการ บาดเจ็บได้
2. รูปร่างของร่างกาย คนที่มีรูปร่างผอมสูงอ้วนเตี้ยมักจะมีความคล่องแคล่วว่องไวน้อยกว่าคนที่มี รูปร่าง สูงปานกลาง
3. น้ าหนักของร่างกาย คนที่มีน้ำหนักตัวเกินจะมีผลโดยตรงกับความคล่องแคล่วว่องไว
4. อายุ เด็กจะมีการพัฒนาการด้านความคล่องแคล่วว่องไวไปจนถึงอายุ 12 ปีต่อจากนั้นจะมีการ พัฒนา อย่างช้า ๆ และจะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น
5. เพศ ถ้าเปรียบเทียบกันผู้ชายจะมีความคล่องแคล่วว่องไวมากกว่าเพศหญิงเพราะน้ำหนักที่เป็น กล้ามเนื้อมากกว่า
6. ความเมื่อยล้า ความคล่องแคล่วว่องไวใช้กล้ามเนื้อหลายกลุ่มในการทำงานถ้ากล้ามเนื้อดัง กล่าวเกิด ความเมื่อยล้าจากการทำงานก็จะส่งผลต่อระบบประสาทสั่งการให้กล้ามเนื้อทำงานได้ช้าลง
7. ความสามารถในการทำงานร่วมกันของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้จะต้องทำงาน ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้เกิดความคล่องแคล่วว่องไวสูง